Page 1 of 1

Intel 45nm Processor สถาปัตยกรรมใหม่ เพื่อประสิทธิภาพ

PostPosted: Tue Sep 09, 2008 2:33 pm
by highthehell
Image
ล่าสุดอินเทลได้เปิดตัวซีพียูสายการผลิตใหม่ที่ได้พัฒนาเทคโนโลยีล้ำหน้าไปอีกขั้นด้วยการปล่อยซีพียู 45 นาโนเมตรตัวใหม่
ที่เพิ่มประสิทธิภาพทั้งในด้านความเร็ว และการประหยัดพลังงานที่เพิ่มมากขึ้น แต่ก่อนที่จะพูดถึงซีพียูตัวใหม่เราต้องมาเริ่มทำความรู้จักกับซีพียูของอินเทลในปัจจุบันกันก่อน
ปัจจุบันซีพียูที่มีวางขายของค่ายอินเทลก็จะมีทั้ง Core 2 Duo, Core 2 Quad, Core 2 Extreme ซึ่งโดยทั้งหมดจะใช้สถาปัตยกรมการผลิตที่เรียกว่า "Intel Core Microarchitecture" ครับ
โดยในซีพียูในตระกูล “Core” นี้ก็จะมีชื่อโค้ดเนมของซีพียูแต่ละรุ่นอย่างเช่น Conroe, Kentsfield ส่วนซีพียูรุ่นใหม่ล่าสุด 45 นาโนเมตร จะเป็นซีพียูมีรหัสในการผลิตที่เรียกว่า “Penryn” โดยจะเป็นชื่อของรหัสการผลิตซีพียูที่ใช้กระบวนการผลิตในขนาด 45nm
บนสถาปัตยกรมการผลิต Core Microarchitecture หรือจะพูดง่ายๆ ว่า Penryn นั้นพัฒนาต่อยอดมาจากสถาปัตยกรมการผลิต Core Microarchitecture ขึ้นอีกขั้นหนึ่ง
โดยพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตจาก 65 นาโนเมตร (nm) มาเป็น 45 นาโนเมตร ส่วนโค้ดเนมของซีพียู 45nm บนรหัส Penryn
ในเวลานี้จะมีอยู่คร่าวๆ 3 โค้ดเนมด้วยกันสำหรับตลาด Desktop Processor ได้แก่ Wolfdale, Yorkfield และ Yorkfield XE

Intel Hi – K and Metal Gate Silicon Tecnology

โดยนอกจากที่ Penryn จะใช้เทคโนโลยีการผลิตที่เล็กลงเป็น 45nm แล้วอินเทลยังได้สร้างความก้าวหน้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในการออกแบบทรานซิสเตอร์ใน 40 ปีที่ผ่านมาอีกด้วย
โดยได้เปลี่ยนแปลงการใช้วัตถุดิบในการผลิตทรานซิสเตอร์แตกต่างออกไปจากเดิม โดยเปลี่ยนองค์ประกอบ 2 ส่วนสำคัญของทรานซิสเตอร์ โดยเปลี่ยนจาก Polysilicon Gate
เป็น Metal Gate และเปลี่ยนบริเวณ SiO2 Gate Oxide เป็น High-k Gate Oxide ซึ่งเทคโนโลยีนี้ช่วยให้สามารถเพิ่มจำนวนทรานซิสเตอร์เข้าไปในโพรเซสเซอร์ได้มากขึ้นเกือบเท่าตัว ลดการใช้พลังงานลงจากเดิม 30 เปอร์เซ็นต์
ลดอุณหภูมิในการทำงานให้ต่ำลง และเทคโนโลยีนี้ยังส่งผลให้สามารถพัฒนาโพรเซสเซอร์ให้มีสัญญาณนาฬิกาที่สูงขึ้นกว่าเดิมได้มากขึ้นอีกด้วย

Image

โดยซีพียูในตระกูล Penryn นั้นยังคงคุณสมบัติทางเทคโนโลยีของสถาปัตยกรม Intel Core Microarchitecture ไว้อย่างครบถ้วน
ทั้งยังได้ปรับปรุงประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอีกด้วย โดยมีรายละเอียดหลักๆ เพิ่มเข้ามาดังนี้

L2 Cache เนื่องจากการใช้เทคโนโลยีการผลิตที่เล็กลงทำให้ Penryn สามารถบรรจุเนื้อที่ของ Cache ต่อหนึ่ง Die ได้มากขึ้นกว่าเดิม
โดยทำให้บรรจุ L2 Cache ได้มากถึง 6MB ในขณะที่ซีพียูตระกูล “Core” สามารถบรรจุ Cache ได้สูงสุดที่ 4MB เท่านั้นในแบบ Dual Core
ส่วนในแบบ Quad Core ก็จะมีขนาดของ Die และ Cache L2 มากกว่า Dual Core อยู่หนึ่งเท่าตัว ซึ่งหมายความว่ามี L2 Cache
มากถึง (6MBx2) 12MB อีกทั้งยังได้ปรับเปลี่ยนการเข้าถึงข้อมูลใน L2 Cache ไปใช้ 24 - Way Associativity จากเดิมที่ 16 - Way Associativity
เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงข้อมูลได้มากขึ้น และเร็วขึ้น



SSE4 จะเป็นชุดคำสั่งใหม่ที่เพิ่มเข้ามาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานที่เกี่ยวข้องทางด้านกราฟิก ไม่ว่าจะเป็นการถอดรหัสไฟล์ VDO และประมวลผลทางด้านภาพ 3 มิติ
รวมไปถึงการเล่นเกม สำหรับชุดคำสั่ง SSE4 นี้นั้น จะมีการแบ่งไว้ด้วยกัน 2 เวอร์ชันคือ SSE4.1 และ SSE4.2 โดย SSE4.1 จะมีมาบนซีพียูตระกูล Penryn
โดยมีชุดคำสั่งทั้งหมดจำนวน 47 คำสั่งที่เพิ่มเข้ามา ส่วน SSE4.2 นั้นจะมีการเพิ่มเข้ามาทีหลังบนซีพียูในรหัสต่อไปคือ Nehalem อีกจำนวน 7 ชุดคำสั่ง

ชิพเซ็ตที่รองรับ

เมื่อมีซีพียูแล้วก็ต้องมีชิพเซ็ตเมนบอร์ดที่รองรับ โดยชิพเซ็ตที่รองรับซีพียูที่กระบวนการผลิต 45nm รหัส Penryn นี้ได้เปิดตัวล่วงหน้ามาก่อนสักพักแล้ว
โดยชิพเซ็ตที่รองรับหลักๆ ก็คือ Intel X38 P35 G33 ส่วนใครที่มีเมนบอร์ดในโมเดลก่อนหน้านี้ที่ใช้ชิพเซ็ตพวก Intel P965 นั้นก็ยังคงสามารถรองรับการทำงานร่วมกับ Penryn 45nm
ได้อยู่ เพียงแต่ต้องมีการอัพเดต Bios ใหม่เท่านั้น แต่ก็ไม่ยืนยันว่าเมนบอร์ดทุกตัวจะสามารถใช้งานได้ แนะนำว่าให้เข้าไปตรวจสอบจากทางเว็บไซต์ผู้ผลิตว่ามีตัวใดบ้างใช้งานร่วมกันได้

ในปัจจุบันซีพียูที่ใช้เทคโนโลยีการผลิต 45 นาโนเมตร ที่มีวางของอยู่ในตลาดเมืองไทยมีชื่อรุ่นดังต่อไปนี้ครับ
Intel Core 2 Duo E5200, E7200, E7400, E8200, E8400, E8500, E8600, Intel Core 2 Quad Q9300, Q9450, Q9550 Core 2 Extreme QX9650, QX9770

ใครมีเงินถุงเงินถังก็ไปลองกันด้ายเลยนะครับ - -" ani03 ani01

Credit by www.online-station.net