Welcome
Welcome to <strong>Thin client thai Community</strong>.

You are currently viewing our boards as a guest, which gives you limited access to view most discussions and access our other features. By joining our free community, you will have access to post topics, communicate privately with other members (PM), respond to polls, upload content, and access many other special features. Registration is fast, simple, and absolutely free, so please, <a href="/profile.php?mode=register">join our community today</a>!

"Thin Client"ส่อแววโต เพิ่มศักยภาพธุรกิจไทย

หาข้อมูลเพื่อ Implement ระบบ Terminal Service เชิญทางนี้ครับ

Moderator: Admin

"Thin Client"ส่อแววโต เพิ่มศักยภาพธุรกิจไทย

Postby haamter on Fri Mar 28, 2008 9:56 am

"Thin Client"ส่อแววโต เพิ่มศักยภาพธุรกิจไทย


ที่มา บิสิเนสไทย [10-4-2007]

ว่ากันว่า การดำเนินธุรกิจไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ในยุคนี้ หัวใจสำคัญอยู่ที่ 3 เรื่องหลักๆ คือ ความสามารถในการขยายธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยต้นทุนต่ำสุด แต่ขณะเดียวกันทุกอย่างต้องสามารถยืดหยุ่นปรับได้เมื่อมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเข้ามา ซึ่งการจะนำพาธุรกิจไปสู่เป้าหมายที่ว่านั้นจำเป็นต้องอาศัยเครื่องมือไอที มาเสริมศักยภาพการทำงานองค์กรอย่างเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน


จุดเริ่มต้นนำไอทีเสริมศักยภาพองค์กร

“ถ้าบริษัทจะพัฒนาต้องใช้ไอที คือหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะถ้าบริษัทไม่ใช้ไอที เราจะอยู่ในโลกของเราเอง จะติดต่อสื่อสารกับโลกภายนอกไม่ได้ ถ้าสมมุติเราติดต่อลูกค้าซื้อของ เขาบอกว่าช่วยอีเมล์มาให้หน่อย แต่เราไม่มีอีเมล์ เขาจะคิดอย่างไร เพราะส่วนหนึ่งก็เป็นภาพลักษณ์องค์กรด้วย และถ้าจะส่งเป็นจดหมายกว่าจะไปถึงและสั่งของได้ก็ต้องใช้เวลา 3-4 วัน ดังนั้นไอทีจึงเข้ามาช่วยด้านซัพพลายเชนเพื่อที่งานจะเร็ว และชัดเจนขึ้น ในด้านการขายก็ต้องมีเครื่องมือติดต่อลูกค้าอย่างอีเมล์มาช่วยเช่นกัน ทุกบริษัทจึงต้องมีไอที ถ้าไม่มีเราอาจจะไม่บังคับตัวเราเอง แต่ภายนอกจะบังคับให้เรามี”

ข้างต้นคือคำบอกเล่าของนายนิวัฒน์ เลิศนามวงศ์วาน ผู้จัดการฝ่ายโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัทชัวร์เทกซ์ จำกัด (Ansell) ถึงความสำคัญของการนำไอทีไปใช้ในองค์กร ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขานำเอาไอทีมาเสริมประสิทธิภาพการทำงานกับธุรกิจผลิตถุงยางอนามัย ถุงมือแพทย์ และถุงมือผ่าตัดทั้งแบบยางธรรมชาติและยางสังเคราะห์

แม้หลายคนอาจจะคิดว่าธุรกิจผลิตถุงมือยางและถุงยางอนามัยไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับไอที แต่ทว่าเป็นเรื่องสำคัญสำหรับธุรกิจนี้อย่างมากทีเดียว โดยนายนิวัฒน์ อธิบายให้ฟังว่า เนื่องเพราะเป็นธุรกิจด้านเฮลท์แคร์ ที่อยู่ในหมวดอุปกรณ์ผ่าตัด หรือเข้าสู่ภายในของบุคคลอีกคนหนึ่ง การผลิตจึงต้องมีกฎระเบียบควบคุมและเข้ากฎที่แต่ละประเทศกำหนด

และนั่นก็คือจุดแรกเริ่มที่ทำให้บริษัทนำเอาคอมพิวเตอร์พีซีเข้ามาช่วยในการผลิต เพราะมองว่าระบบทุกอย่างต้องควบคุมผ่านคอมพิวเตอร์ แถมยังต้องมีความปลอดภัย และสามารถคุมการใช้งานได้

แม้ว่าคอมพิวเตอร์พีซีจะเป็นเครื่องมือช่วยให้ระบบการทำงานของบริษัทมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่นายนิวัฒน์ ก็ยอมรับว่า อุปสรรคของพีซีในด้านความปลอดภัยยังมีอยู่มาก เพราะพีซีมี Input และ Output ค่อนข้างมาก จึงไม่สามารถรู้ว่าใครจะเอาไฟล์ เทปไดร์ฟ ยูเอสบี หรืออุปกรณ์ชิ้นอื่นๆ มาเสียบในเดสก์ทอปพีซีของเรา หรือลงโปรแกรมหรือไฟล์ หรืออาจจะนำเอาไวรัสอื่นๆ มาด้วย

ไม่เท่านั้น เพราะอุปสรรคสำคัญอีกอย่างที่มักพบในการใช้พีซีก็คือ ฮาร์ดแวร์ อย่างเช่น ฮาร์ดดิสก์พัง เมมโมรี่ไม่พอ เครื่องบูทอัพช้า ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นบนเครื่องนั้นถือเป็นเวลา เพราะยูสเซอร์ที่ใช้คอมพิวเตอร์ย่อมเสียเวลาเพราะใช้งานไม่ได้ บริษัทก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายในจุดนั้นด้วย

Thin Client ทำได้มากกว่าพีซี

“จากปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมดทำให้เรามองหาวิธีป้องกันและเริ่มสนใจ Thin Client เพราะมองว่าถ้าใช้ Thin Client มาทดแทนพีซี (Desktop Replacement) จะสามารถป้องกันการรับยูเอสบี ก็อปปี้ไดร์ฟได้ หรือกันไม่ให้ยูสเซอร์ลงโปรแกรมอื่นได้ และอุปกรณ์ตัวนี้ไม่มีพัดลม ความร้อน มีความปลอดภัยสูง แถมยังครอบคลุมส่วนงานที่เราต้องการ ทำให้ไอทีไม่ต้องวิ่งไปหาเดสก์ทอป เสียเวลาแก้ปัญหา เพราะทุกอย่างคุมแค่เซิร์ฟเวอร์อย่างเดียว ก็เลยตัดสินใจลงทุนนำเทคโนโลยีนี้เข้ามาใช้ในบริษัทเมื่อกว่า 2 ปีที่ผ่านมา”

นายนิวัฒน์ ให้เหตุผลในการหันมาใช้ Thin Client และเสริมต่ออีกว่า อีกหนึ่งเหตุผลที่ตัดสินใจใช้ Thin Client ก็คือ การปกป้องข้อมูลในกรณีฮาร์ดดิสก์มีปัญหาดีกว่า เนื่องเพราะ Thin Client มีการแบ๊กอัพข้อมูลตลอดเวลา จึงไม่มีปัญหาเมื่อไฟล์งานสูญหายเพราะสามารถรีสตอร์กลับได้ ขณะที่พีซีไม่มีการแบ๊กอัพข้อมูลเลย ถ้าไฟล์หายก็ต้องเสียเวลาสร้างใหม่

ก่อนที่จะนำเอาเทคโนโลยี Thin Client มาใช้ในธุรกิจผลิตถึงมือยางและถุงยางอนามัยของแอนเซลนั้น นายนิวัฒน์ บอกว่า เขามีการศึกษาข้อมูลเปรียบเทียบแบรนด์ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในท้องตลาดพอสมควร

“ตอนนั้นผมนั่งสัมมนาในงานไอทีแห่งหนึ่ง ซึ่งเน้นเอาแอพพลิเคชันที่ไม่ได้เป็นเว็บเบสหรือแอพพลิเคชันใหญ่โต มาทำเป็นเล็กๆ แอคเซสที่ไหนก็ได้ ผมก็คิดว่าถ้าแอคเซสที่ไหนก็ได้ เราจะหาวิธีที่เอาทั้งเดสก์ทอปมาแอคเซสที่ไหนก็ได้ว่าได้ไหม ก็เริ่มจากตรงนั้น และลองดีไซน์ออกมา พร้อมทั้งมองหาว่าใครบ้างที่สร้างเทคโนโลยีที่เราสามารถมาดัดแปลงได้ จนมาลงตัวกับอุปกรณ์ของเอชพี เพราะเวลาดีไซน์ต้องเข้ากับความจำเป็นที่เราต้องการ และโดยเฉพาะบริการหลังการขายต้องดีด้วย ซึ่งเอชพีมีทั้งสองส่วน”

เป็นคำบอกเล่าของนายนิวัฒน์ พร้อมเสริมให้ฟังอีกว่า สิ่งแรกที่ต้องทำหลังจากตัดสินใจนำ Thin Client มาใช้แทนเครื่องพีซีในองค์กร ก็คือ การอธิบายให้พนักงานเข้าใจว่ากระบวนการทำงานทุกอย่างยังเหมือนกับพีซีทั่วไป เพียงแต่บางเรื่องอย่างเช่น การลงโปรแกรม เสียบยูเอสบี หรือทรัมไดร์ฟอาจทำไม่ได้ แต่มีข้อดีคือเปิดเครื่องไม่ถึง 30 วินาทีก็ใช้งานได้เลย

“กระบวนการทำงานทุกอย่างจะเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นหน้าตา รูปแบบการใช้งานเพราะดีไซน์ต้องเหมือนกับงานที่เราทำทุกวันนี้ ไม่ควรจะแตกต่างกันมาก เพราะถ้ามีการเปลี่ยนแปลงสักนิด จะทำให้พนักงานต้องมาเรียนรู้ใหม่ และการที่เขามาเรียนรู้และกว่าจะเก่งนั้น ถือเป็นการสูญเสียเวลา”

นายนิวัฒน์ บอกว่า บริษัทใช้เวลาไม่นานในการอธิบายให้พนักงานเข้าใจ และเป็นเรื่องง่ายมาก โดยสื่อสารด้วยการให้เห็นเครื่องจริง นั่นคือเปิดเครื่องพีซีที่ใช้งานอยู่ทุกวัน เทียบกับ Thin Client เริ่มจากต้นเลยด้วยการเปิดปุ่มเพาเวอร์ทั้งสองเครื่องในเวลาเดียวกันเพื่อให้ดูเวลาในการบูทเรื่อง จากนั้นเปิดโปรแกรมลิสต์ให้ดูทั้งสองเครื่องว่าการใช้งานเหมือนกัน

รุกต่อยอดไอทีเพิ่มศักยภาพธุรกิจ

ปัจจุบันธุรกิจของแอนเซลนั้นมีการใช้อุปกรณ์ Thin Client ประมาณ 600-700 เครื่องทีเดียว ซึ่งกว่า 2 ปีที่นำ Thin Client มาใช้นั้น นายนิวัฒน์ บอกว่า ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดคือ งานของไอทีลดลง 30% เนื่องจากไม่ต้องวิ่งไปหาลูกค้า และประสิทธิผลของไอทีเพิ่มขึ้นจำนวนมาก คือ เดิมทีโปรเจคหนึ่งอาจใช้เวลาส่วนหนึ่งในการทำ แต่ตอนนี้ใช้เวลาสั้นลง ทางด้านพนักงานก็เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานสูงขึ้น

“ด้านค่าใช้จ่ายพีซีเครื่องหนึ่ง 35,000 บาท ตอนนี้อาจจะลดลง เราซื้อมา 3 ปี ก็ช้าลง ต้องติดตั้งหรือลงโปรแกรม เมมโมรี่ เปลี่ยนฮาร์ดดิสก์ใหม่ใหม่ให้ใหญ่ขึ้น ทุก 3 ปีเราก็ต้องลงทุน 35,000 บาท เรามาซื้อ Thin Client เครื่องละ 8,000-9,000 บาทแล้วแต่รุ่น ครึ่งหนึ่งของราคาพีซี ซึ่งประหยัดกว่าเห็นๆ แล้วเรานำเอาเงินอีกครึ่งหนึ่งมาลงทุนเซิร์ฟเวอร์ สมมติบอกว่าเปลี่ยนพีซี 25 เครื่อง ค่าใช้จ่ายที่ผมต้องเสีย 25 เครื่องมาลงทุน Thin Client ครบชุดเลย ยูสเซอร์คนที่ 26 และ 27 ผมเสียแค่หมื่นกว่าบาท ตอนนี้ผมเริ่มประหยัดเม็ดเงินแล้ว ถึงวันนี้ใกล้จะ 3 ปี ถ้าครบบริษัทก็จะประหยัดค่าใช้จ่ายไปประมาณ 55-60% แต่ประการสำคัญดูแลก็ง่าย ความปลอดภัยสูง ผ่านขั้นตอนของ SVA ได้ และควบคุมก็ได้”

สำหรับแผนลงทุนไอทีในอนาคตของแอนเซลนั้น นายนิวัฒน์ บอกว่า ถึงตอนนี้การใช้งานมาถึงขั้นที่เซิร์ฟเวอร์เริ่มอืดแล้ว และครบจำนวนที่ดีไซน์ที่เซิร์ฟเวอร์จะรับได้ บริษัทจึงมีแผนจะพัฒนาต่อเพื่อเพิ่มการใช้งานของยูสเซอร์เป็นร้อยเปอร์เซ็นต์ และให้เร็วขึ้น แต่ยังคงเน้นว่าค่าใช้จ่ายต้องลดลง

“วิธีการที่จะทำคือ เราออกแบบด้าน Virtualization ขึ้นมา เอาดีไซน์ BM Ware (เช็คคำด้วย) หรือเอาดีไซน์ของ HP Quad Core มาใช้ เทคโนโลยีใหม่ๆ ทำให้คอร์สลดลง ประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้น แล้ว Performance ของพีซีดีขึ้น และต้องดูอนาคตด้วยว่าพอถึง 3 ปีแล้วเราต้องดีไซน์ใหม่ไหม ครั้งนี้ถือเป็นการรีบิวด์ครั้งที่ 2 การที่เอา Virtualization มาใช้ ก็จะทำให้การทำงานทุกอย่างดีขึ้น ตอนนี้อยู่ระหว่างการดีไซน์ และจะอิมพลีเม้นท์จุดแรกในกลางเดือนเมษายน”

ผู้บริหารหนุ่มไฟแรงอธิบายแนวทางการพัฒนาไอที และเสริมอีกว่า ในแง่การลงทุนถือว่าน้อยลงมากเมื่อเทียบกับเม็ดเงินที่บริษัทลงทุนในโปรเจคประมาณ 1.2 ล้านต่อไซส์ แต่เงินลงทุนตอนนี้ประมาณ 4 แสน แถมยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเป็นเท่าตัว คือเมื่อก่อนมีประมาณ 40 ยูสเซอร์ต่อเครื่อง แต่ตอนนี้ได้ถึง 80 คนและคาดว่าจะเพิ่มให้ได้เป็น 100 คนต่อเครื่อง



แนวโน้ม Thin Client ไปได้ แต่ต้องใช้เวลา

Thin Client เป็นคอมพิวเตอร์ชนิดหนึ่งที่ไม่ต้องอาศัยฮาร์ดดิสก์สำหรับแสดงข้อมูล แต่สามารถใช้งานโปรแกรมจากเซิร์ฟเวอร์หลักได้โดยตรง ซึ่งภาพรวมตลาด Thin Client ในเมืองไทยปัจจุบันนั้น นายปวิณ วรพฤกษ์ ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์ และการตลาด กลุ่มธุรกิจเพอร์ซัลแนล ซิสเต็มส์ กรุ๊ป (พีเอสจี) บริษัท ฮิวเลตต์-แพคการ์ด (ประเทศไทย) หรือเอชพี บอกให้ฟังว่า ไม่ใช่เรื่องใหม่ ซึ่งผู้บริโภคเริ่มยอมรับกันมากขึ้น และตลาดบ้านเราอาจจะเป็นตลาดที่เล็กอยู่ ซึ่งบริษัทพยายามเข้าไปให้ความรู้กับตลาดด้วยการผนึกกับพาร์ทเนอร์เข้าไปนำเสนอกับลูกค้า เพราะในการลงทุนของลูกค้าบางครั้งไม่จำเป็นต้องซื้อพีซี โดยเฉพาะในกลุ่มคอร์ปอเรทขนาดใหญ่ หรือองค์กรทั่วไปที่มักจะคำนึงถึงเรื่องหลักๆ ในการขยายของธุรกิจ ต้นทุนต่ำ และความยืดหยุ่น ซึ่ง Thin Client dHคือตัวตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรได้ดีที่สุด

“ปัจจุบันถึงแม้ว่าตลาดนี้จะยังไม่ใหญ่มาก แต่เราก็ทำตลาดได้ค่อนข้างดี ถ้าเปรียบเทียบกับพีซี เวนเดอร์ทั่วไป ก็จะมีพีซี โน้ตบุ๊ก และพ็อกเก็ตพีซี แต่เรามีทั้งไอแพค พ็อกเก็ตพีซี โน้ตบุ๊ก พีซี และแถมยังมีเวิร์กสเตชัน และ Thin Client อีกด้วย ซึ่งความหลากหลายทำให้เราสามารถตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะ (Customize) ของลูกค้าได้ตรงจุด”

เป็นคำบอกเล่าของนายปวิณ ถึงจุดแข็งที่แตกต่างของเอชพี และเสริมอีกว่า ถึงตอนนี้ตลาด Thin Client เริ่มเปิดมากขึ้น และเอชพีเองก็เริ่มรุกตลาดหนักขึ้นเช่นกัน โดยรุ่นใหม่ๆ จะเริ่มล้อนซ์เข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นทางเลือกหนึ่งของการใช้พีซี โดยเหมาะกับธุรกิจที่มีทรานเซ็กชันหรือยูสเซอร์จำนวนมาก แต่มีแอพพลิเคชันไม่ยุ่งยากมาก เช่น ธุรกิจคอลเซ็นเตอร์ ประกัน แมนูแฟเจอริ่ง เฮลท์แคร์ และสนามบิน เป็นต้น

“ยอมรับว่าอุปสรรคสำคัญของการทำตลาดอยู่ที่ความรู้ความเข้าใจของผู้บริโภค เพราะเชื่อว่าตลาดมีความต้องการอยู่แล้ว เพราะอย่างตลาดในต่างประเทศก็มีการขยายตัวเพิ่มมากขึ้น แต่ในไทยคงใช้เวลาระยะหนึ่ง เพราะหากดูจากตัวเลขการใช้พีซีตอนนี้ซึ่งอยู่ที่ 11% หมายถึงว่าอีก 89 คนยังไม่ได้ใช้พีซีเลย ดังนั้นพีซีเองก็ยังเป็นที่ต้องการอยู่ การจะให้คน 11 คนเปลี่ยนมาใช้ Thin Client บ้าง หรือคนที่ยังไม่เคยใช้พีซีเริ่มมาใช้ Thin Client จึงต้องใช้เวลา ซึ่งความเป็นไปได้น่าจะเป็นกลุ่มแรกมากกว่าเพราะมีความคุ้นเคยกับพีซี อาจจะมีเซิร์ฟเวอรืหรือระบบอยู่แล้ว และเริ่มเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ตัวนี้มากขึ้น”

ด้านนายนิวัฒน์ เลิศนามวงศ์วาน Regional Network Infrastructure Manager, Suretex Limited Company (Ansell) ให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า เป็นเรื่องยากที่จะเปลี่ยนใจลูกค้า เพราะเป็นสิ่งที่เขาใช้กันมานาน และถ้าเปลี่ยนประสิทธิภาพการทำงานจะดีเท่าอุปกรณ์เดิมแค่ไหน ซึ่งต้องให้ข้อมูลความรู้เพิ่มมากขึ้น

“3 ปีก่อนที่คิดเอา Thin Client มาใช้ก็มองว่าเสี่ยง แต่ถ้าไม่เปลี่ยนเราก็ไม่ได้มาถึงวันนี้ เราต้องลองเปลี่ยนสักส่วนหนึ่งก่อนแล้วดูผลตอบรับว่าเป็นอย่างไร เพราะถ้าเราไม่เอาไปใช้จริงเราก็จะไม่เห็น” เป็นคำกล่าวทิ้งท้ายของผู้บริหารหนุ่มที่กล้าคิดและกล้าตัดสินใจ
รับออกแบบ ติดตั้ง บุตรธิดา ทั่วราชอาณาจักร อิอิ
User avatar
haamter
Master Staff
 
Posts: 96
Joined: Thu Mar 13, 2008 2:41 pm
Location: Anfield

Postby tomato on Wed Apr 02, 2008 1:23 am

Image
User avatar
tomato
มหาลัย ปี 1
 
Posts: 39
Joined: Sun Mar 23, 2008 12:13 am


Return to Implement Zone

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 0 guests

cron